Open post

โรคเรื้อรังที่ร้ายแรงและน่ากลัวที่สุด HIV

ปัจจุบันวินิจฉัยแล้วว่าจะติดโรคนี้หรือไม่นั้น ต้องตรวจร่างกายโดยการตรวจเลือดเท่านั้น เพราะบางรายจะไม่มีอาการใดๆตอบสนองทั้งนั้น แถมบางรายได้เชื้อชนิดอื่นผสมเข้าไปจนอาการภายนอกไม่แสดงอาการใดๆ เช่น ตอมน้ำเหลือง ผดผื่น เป็นไข้สูง เจ็บคอรุนแรง ผื่นแดงตามตัว ถ้าเป็นมาก ก็หนองขึ้น หนองไหล อาการหลากหลายขึ้นตามระยะเวลาของโรค จากเชื้อ HIV อาการที่กล่าวคืออาการเริ่มแรกของโรค ท้องร่วง น้ำหนักลด มีไข้ และถ้าไม่ได้รับการรักษา อาการขั้นที่2 มี ดังนี้ เหงื่ออกกลางคืน ไข้หนาวสั่น ลิ้นเป็นฝ้าได้ ปวดศีรษะ ตามัวลง ติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อยกว่าปกติ เป็นต้น เชื้อไวรัสจะไปทำลายเม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า ซีดีโฟร์ด โปรดระวังไว้ว่า อย่ากลัวกับโรคนี้มาก เพราะหลายคนไปตรวจแล้ว 1 ครั้ง กลับพบว่ามีเชื้อ HIV ดังนั้น ซึ่งผลที่ถูกต้องที่สุดคือ เชื้อต้องตรวจ เดือนที่ 3 เท่านั้น จึงจะสรุปได้ว่าเป็นโรค HIV อย่างแน่นอน ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจเจอโรค HIV แล้ว หลังที่พบโรค ควรรีบไปพบแพทย์ทันที […]

Continue readingMore Tag
Open post

โรคโปลิโอ เป็นโรคระบาดที่น่ากลัวมากในอดีต

ในปัจจุบันนั้นเมื่อได้ยินชื่อของโรคโปลิโอแล้ว คงจะมีคนจำนวนไม่น้อยที่จะรู้จักกับโรคนี้  โรคนี้เป็นโรคที่มีผู้คนเป็นกันน้อยมาก และเป็นโรคที่พบเจอในประเทศไทยได้น้อยมาก เพราะโรคสามารถควบคุมได้แล้ว แต่ยังไม่ทั่วถึงทั่วทุกพื้นที่เนื่องจาก การเข้าถึงของวัคซีนโปลิโอ เป็นไปได้ยากและยังไม่ครอบคลุม แต่ที่เห็นโรคนี้เป็นกันน้อยก็อย่าพึ่งชะล่าใจไปนะครับ เพราะโรคนี้สามารถติดต่อได้จากทางปาก และทางอุจจาระ เป็นโรคที่มีเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งซึ่งเป็นไวรัสแบบเฉียบพลันกันเลยทีเดียว โรคนี้เป็นโรคที่มีความร้ายแรงมากหากไวรัสดังกล่าวได้รุกรามเข้าไปถึงเส้น เลือดในสมองหรือก้านสมองก็ตาม จะทำให้ส่งผลถึงการเป็นอัมพาตครึ่งตัวหรือทั้งตัวได้ และจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้อีกด้วย เพราะโรคนี้เมื่อได้รุกรามไปในสมองแล้วจะทำให้สูญเสียการควบคุมร่างกายได้ ทั้งระบบ ว่ากันว่าโรคนี้เป็นโรคที่เกิดขึ้นมานานมากเป็นพันๆปีมาแล้วก็ว่าได้ และเป็นโรคหนึ่งที่ได้คร่าชีวิตมนุษย์มาแล้วเป็นแสนๆคน ลักษณะของโรคนี้จะเป็นได้หลายอาการขึ้นอยู่กับการรุกรามของโรค บางรายอาจเป็นเฉพาะขา บางรายก็จะเป็นได้ทั้งตัว เมื่อโรคร้ายโรคนี้เป็นที่น่าหวาดกลัวของผู้คนในสมัยนั้น ทางกรมอนามัยโลกจึงได้มีการประชุมหาลือและหาวิธีกำจัดโรคนี้ให้หมดไป และก็ได้ประสบความสำเร็จเมื่อกรมอนามัยได้ทำวัคซีนชนิดหนึ่งขึ้นมาหยุดยั้ง โรคโปลิโอนี้ไว้ได้และได้พัฒนาวัคซีนดังกล่าวให้สามารถ ป้องกันและทำลายโรคโปลิโอนี้จนสำเร็จ จึงทำให้คนที่เป็นโรคโปลิโอนี้ลดการระบาดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจากที่เคยมีผู้เสียชีวิตปีละหมื่นปีละแสนคน ก็ลดลงจนเหลือไม่ถึงพันคนเท่านั้น จึงเป็นความสำเร็จของกรมอนามัยโลกที่สามรถหยุดและทำลายการระบาดของโรคโปลิโอ นี้ไว้ได้ แต่ในปัจจุบันก็ยังมีมนุษย์ที่เป็นโรคนี้อยู่จำนวนหนึ่ง เหตุเพราะคนกลุ่มนี้มีการเข้าถึงการรักษาได้ยากนั้นเอง

Continue readingMore Tag
Open post

โรคร้าย เอสแอลอี SLE หรือที่รู้จักกันดีนั้นก็คือ (โรคพุ่มพ่วง)

โรค เอสแอลอี ที่ได้กล่าวมานี้เป็นโรคที่น่ากลัวมากโรคหนึ่งที่ใครที่ได้เป็นแล้วจะไม่มี การรักษาให้หายขาดได้ ข้อดีของโรค เอสแอลอี นี้ก็คือ เป็นโรคที่มีการติดต่อได้ยากเพราะเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับไวรัสภายในร่างกาย แต่ทว่าไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรก็ตามนั้นมันไม่ดีเลยสักนิดและคงไม่มีใครอยากจะ เป็นโรคต่างๆกันสักเท่าไหร่ แต่ทำไมโรค เอสแอลอี นี้ถึงได้มีชื่อที่รู้จักกันดีในนามของ โรคพุ่มพ่วง เหตุเพราะโรค เอสแอลอี นี้ได้คร่าชีวิตนักร้องสาวที่เปรียบเสมือนราชินีลูกทุ่งของไทยมาแล้ว โดยในยุคของ พุ่มพ่วง ดวงจันทร์ ที่มีชื่อเสียงมากๆอยู่นั้นก็ต้องเกิดเหตุการณ์อันโศกเศร้าของบรรดาแฟนเพลง ลูกทุ่งทั้งหลายขึ้น เพราะ พุ่มพ่วง ดวงจันทร์ ที่ได้เป็นโรค เอสแอลอี จึงทำให้ตัวของ พุ่มพ่วง ดวงจันทร์ เสียชีวิตไปอย่างรวดเร็ว เรามาดูสาเหตุกันก่อนเลยดีกว่าครับ ว่ากันว่าโรค เอสแอลอี นี้เป็นโรคของการติดเชื่อของไวรัสชนิดหนึ่ง พอถึงขั้นรุ่นแรงขึ้นก็จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ แต่ทว่า แทนที่ร่างการจะเกิดเป็นโรคแทรกซ้อนอื่นๆแต่กับกลายเป็นเกิดภูมิคุ้มกันของ แบคทีเรียดีในจำนวนที่มากจนเกินไปจึงทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายที่มีอยู่กับ ภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้นมาใหม่นั้นไปทำลายกันเองจึงก็ให้เกิดโรคดังกล่าว ขึ้น ซึ่งโรคนี้หากรู้ตัวช้าหรือก็จะทำให้การรักษาและควบคุมได้ยากขึ้น และเมื่อถึงขั้นรุ่นแรงจะสามารถทำลายอวัยวะภายในได้เร็วมาก เช่น ตับ ปอด หัวใจ ไต เป็นต้น และอาจจะรวมไปถึงการทำลายของระบบประสาทและสมอง โรคนี้สามารถเกิดกับผู้หญิงได้มากกว่าผู้ชายถึง 9 ต่อ 1 กันเลยทีเดียว […]

Continue readingMore Tag
Open post

โรคเท้าเหม็นเกิดจากอะไรและมีวิธีแก้ไขอย่างไร

โรคเท้าเหม็นเป็นกันได้เกือบแทบจะทุกคนเลยก็ว่าได้ และสามารถเป็นได้ทั้งชายและหญิงด้วยกันอีกด้วย ดังนั้นเรามาดูกันว่าโรคเท้าเหม็นเกิดได้อย่างไรและมีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้าง โรคเท้าเหม็นจะเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคลโดยส่วนใหญ่มักจะพบ กับคนที่ชอบใส่รองเท้าแบบหุ้มเท้ากันซะส่วนใหญ่ เช่น รองเท้า หนัง รองเท้าผ้าใบ รองเท้ายางซึ่งรองเท้าเหล่านี้สามารถทำให้เท้าเกิดกลิ่นเหม็นขึ้นมาได้และ ยิ่งได้สวมใส่ถุงเท้าด้วยแล้วละก็ความเหม็นจะเพิ่มมากขึ้นเลยที่เดียว สาเหตุเกิดขึ้นได้จากหลายๆปัจจัยไม่ว่าจะเป็น การถ่ายเทอากาศของรองเท้า เหงื่อที่ไหลออกมาจากเท้า และการล้างเท้าที่ไม่สะอาดเป็นต้น ทั้งนี้เรามาดูวิธีการกำจัดกลิ่นเท้าที่เหม็นให้หมดไปอย่างถาวรได้ หากทำตามจากข้อต่อไปนี้ เริ่มจากที่ตัวเท้ากันก่อนเลยดีกว่าครับ เราควรล้างเท้าให้สะอาดโดยการแช่ในน้ำอุ่นก่อนสัก 3-5 นาทีและนำไปแช่กับ สิ่งดังต่อไปนี้ตามที่เราสะดวกและหาได้ง่ายที่สุด เช่น น้ำยาระงับกลิ่นเท้าโดยเฉพาะ หรือจะเป็น เหล้า น้ำยาบ้วนปาก แอลกอฮอล์ น้ำส้มสายชู ด่างทับทิมเป็นต้น โดนจะแช่แบบผสมน้ำอุ่นก็ได้หรือจะแช่เพรียวๆได้ยิ่งดี และจะได้ผลดียิ่งไปกว่านั้นควรแช่ให้เกิน 15 นาทีเป็นต้นไป ทั้งนี้ระยะเวลาในการแช่เท้านั้นจะมีส่วนที่จะช่วยทำให้มีประสิทธิ์ภาพได้ มากขึ้น และมาถึงการกำจัดกลิ่นเหม็นของตัวของถุงเท้ากัน บ้างครับ การกำจัดกลิ่นเหม็นของถุงเท้าก็มีวิธีง่ายๆดังนี้ ก่อนที่จะซักถุงเท้าควรน้ำไปแช่ในน้ำร้อนก่อนสัก 10-15 นาทีเพื่อเป็นการกำจัดหรือฆ่าเชื่อโรคและแบคทีเรียที่มีอยู่ในถุงเท้าให้หมด ไป และควรใช้น้ำยาหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ซักถุงเท้าที่เหมาะสม เช่นใช้ผงซักฟอกซักถุงเท้าไม่ควรใช้ สบู่เหลว เพราะผงซักฟอกจะกำจัดแบคทีเรียต่างๆได้ดีกว่าสบู่เหลวนั้นเอง และควรตากในที่ที่มีแดดจัดเพื่อให้เชื่อแบคทีเรียต่างๆไม่มีเหลืออยู่หรือตก ค้างได้ ต่อมาเป็นเรื่องของรองเท้า รองเท้าถ้าสกปกมากๆก็ควรจะซักโดยใช้วิธีเดียวกับถุงเท้าได้แต่ ทางที่ดีควรใส่รองเท้าคู่เดิมติดต่อกันไม่เกิน 2-3 วันเพื่อที่จะไม่เป็นการสะสมของกลิ่นละแบคทีเรียต่างๆ และควรใส่รองเท้าที่มีช่องระบายอากาศที่ดี […]

Continue readingMore Tag
Open post

โรคตาแดงน่ากลัวมากทั้งผู้ป่วยเองและคนใกล้ชิด

โรคตาแดงเป็นโรคชนิดหนึ่งที่มีการติดต่อได้ง่าย มากๆ เป็นโรคที่พบเจอได้บ่อยและเป็นกันได้ง่ายมากๆในช่วงฤดูฝน เพราะโรคตาแดงเกิดจากสิ่งสกปรกที่ปะปนอยู่ในน้ำ และกระเด็นเข้าตาจึงเป็นเหตุที่ทำให้ตาอักเสบและติดเชื่อไวรัสที่มีชื่อว่า “Viral Conjunctivitis” เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคตาแดงนั้นเอง หลายคนคงสงสัยว่าทำไมโรคตาแดงมักเป็นบ่อยในช่วงฤดูฝน เพราะว่าช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่มีน้ำขังตามสถานที่ต่างๆหลากหลายที่ไม่ว่าจะ เป็น น้ำที่ขังอยู่กับต้นไม้ น้ำตามทางเดินต่างๆ หรือแม้แต่น้ำที่อยู่บนถนนอีกด้วย เป็นต้น เพราะน้ำพวกนี้จะเป็นน้ำที่สกปรกมาก และมีโอกาสที่จะเข้าตาได้ง่ายอย่างเช่น เวลารถวิ่งผ่านถนนที่มีน้ำเปียกนองอยู่จะทำให้เกิดละอองน้ำซึ่งละอองน้ำนั้น สามารถเข้าตาเราได้ง่ายมากๆ แม้แต่ละอองเล็กๆแต่ก็มีความสกปรกเป็นอย่างมากจนทำให้เราสามารถเป็นโรคตาแดง ได้ และนี่ก็คือการติดเชื่อทางตรงของผู้ป่วย เรามาดูการติดเชื่อสู้คนอื่นๆกันบ้าง โรคตาแดงหากมองตากันและยืนหรือทำกิจกรรมอะไรก็ตามใกล้ๆกันก็จะทำให้อีกฝ่าย ติดเชื้อ Viral Conjunctivitis ไม่ว่าจะเป็นทางละอองตาหรือการสัมผัสลูกตาไปยังมือของอีกคนหรือจะเป็นทาง แมลงหวี่แมลงวันที่ได้มาตอมที่ตาคนป่วยไปสู้ตาอีกคนหนึ่งก็จะทำให้เกิดการ ติดเชื่อได้ ดังนั้นทางที่ดีหากป่วยเป็นโรคตาแดงควรจะหยุดงานหรือพักผ่อนให้มากๆเพื่อที่ จะได้หายไวๆขึ้นและจะได้ไม่ไปแพร่กระจายเชื้อโรคสู้คนอื่นๆ โดยโรคตาแดงนี้จะมีอาการ คันที่ลูกตามาก มีขี้ตาเยอะมากขึ้น และมีลูกตาที่เป็นสีแดง วิธีป้องกันที่ดีควรสวมใส่แว่นกันแดดเพื่อไม่ให้แสงเข้าตา และควรล้างมือให้สะอดทุกครั้งหลังจากมีการสัมผัสกับดวงตา และไม่ควรนอนดึกและควรพักผ่อนให้เพียงพอ หากมีอาการตาแห้งหรือเคืองตาให้ใช้ยาหยอดตาหรือน้ำตาเทียมหยอดได้ ทั้งนี้หากผ่านไป 1 อาทิตย์แล้วอาการไม่ดีขึ้นควรรีบไปปรึกษาแพทย์โดยด่วนเพื่อที่จะได้รักษา โรคตาแดงได้อย่างตรงจุดและลดความเสี่ยงต่อการตาบอดได้อีกด้วย

Continue readingMore Tag

Posts navigation

1 2 3 4
Scroll to top